X-men First Class การกลับมาของเหล่ามนุษย์กลายพันธ์
posted on 04 Jun 2011 02:03 by hamofkingจากฝีมือผู้กำกับที่เคยเกือบจะได้กำกับ X-men 3 the last stand
แต่ดันถอนตัวออกไปเสียก่อนอย่างกระทันหัน
วันนี้ ไบรอัน ซิงเกอร์ ผู้กำกับ X-men 2 ภาคแรก เรียกตัวเขากลับมารับโปรเจคต์นี้
แมทธิว วอห์น คือผู้กำกับคนนั้น ไบรอัน ซิงเกอร์ รับหน้าที่โปรดิวซ์เซอร์แทน(ไม่แปลกใจที่เห็นฟุตเตจจากX-menภาคแรกในเรื่องนี้ด้วย)
เรื่องราว ใน FC นั้นคือช่วงสงครามเย็น ในวัยหนุ่มของ ชาร์ลส เซเวียร์ และ อีริค เลนเชอร์
ตัวละครนั้นถูกวางในแบบของบทภาพยนตร์
มีทั้ง ฮาวอค แบนชี แอนเจล มิสทีค อาซาเซล ริปไทด์ บีสต์ คาร์วิน มัวร่า(ไม่ใช่มนุษย์กลายพันธ์ เธอคือหมอสาวที่โผล่มาใน X-men The last stand นิดๆ) เอมม่า ฟรอสต์และเซบาสเตียน ชอว์
ตัวหนังนั้นไม่ได้ขับเน้นฉากแอ็คชั่นดุเดือด แต่กลับดูพอดีๆเป็นจุดเท่ๆของตัวละคร
เรื่องราวตอนนี้คือช่วงที่โปรเฟสเซอร์เอ็กซ์กับแม็กนีโตยังคงเป็นเพื่อนกัน
ที่ต้องรวบรวมเหล่ามนุษย์กลายพันธ์เพื่อทำงานกับรัฐบาลสหรัฐในการหยุดยั้งสงครามโลกครั้งที่สามที่เซบาสเตียน ชอว์วางแผนจะทำให้มันเกิดขึ้น
เนื้อเรื่องภูมิหลังยิ่งใหญ่และจริงจังขับเน้นให้หนังมีพลังอย่างประหลาด
ในหนังเราจะได้เห็น อีริค เลนเชอร์เป็นดั่งมนุษย์ปุถุชนที่โกรธแค้น เจ็บปวด โหยหา และ โมโหโกรธา ขอยอมรับว่าการแสดงของไมคาเอล ฟาสเบนเดอร์เอาคนดูอยู่ตั้งแต่ต้นจนจบ รวมถึงเจมส์ แมคอวอยที่เล่นเป็นเซเวียร์ในแบบฉบับของเขาเอง ที่มีไฟ มุ่งมั่นและมีความเหมือนกับเวอร์ชั่นแพทริค สจ๊วตไม่น้อย
เพราะเรื่องราวเน้นไปที่สองคนนี้ ทำให้ความสัมพันธ์ของทีมเอ็กซ์-เมนนั้นดูเบาบาง และเน้นไปที่ตัวมิสทีคอีกด้วย
ในตอนแรกนั้นมิสทีคนั้นเหมือนจะหลงรักชาร์ลส(ที่เป็นมนุษย์กลายพันธ์เหมือนกัน) แต่เธอก็หลงไหลในตัวบีสต์ในตอนที่พบกันด้วย(เพราะเขาคือคนที่อยากทำสิ่งที่เธออยากจเป็น นั่นคือเป็นคนธรรมดา) และตอนท้ายนั้นเธอเชื่อในอุดมการณ์ของแม็กนีโต (ที่เขามีความเห็นสุดโต่งที่ดันถูกใจเธอที่ให้ภูมิใจในสิ่งที่เป็น)
โดยรวมแล้วตัวหนังเสนอให้เห็นความสัมพันธ์ของตัวละครหลากหลาย ปมความขัดแย้งทางการเมืองและชาติพันธ์ของมนุษย์และกลายพันธ์ และความขัดแย้งของอีริคและชาร์ลส
ฉากที่ประทับใจคือฉากที่ชาร์ลสพยายามสุดชีวิตเพื่อตะโกนบอกอีริคให้อย่าลงมือฆ่าเซบาสเตียน ชอว์ที่ตอนนั้นชาร์ลสใช้พลังจิตหยุดชอว์ไว้ ถ้าเขาปล่อยให้ชอว์เคลื่อนไหวได้ อีริคจะตาย แต่ถ้ายังหยุดชอว์ไว้ อีริคจะกลายเป็นฆาตกรและใช้อำนาจวิเศษที่เขามีในทางที่ผิดมากยิ่งขึ้นได้มากขึ้น
และฉากที่ชาร์ลสยื้อยุดกับอีริคไม่ให้อีริคฆ่ากองทัพเรือของสองประเทศ และถูกกระสุนสะท้อนใส่หลัง จนอีริคต้องเลือกช่วยชีวิตเพื่อนรักเพื่อนแค้นแทนที่จะแก้แค้นมนุษย์
หนังเรื่องนี้ให้ความกระจ่างแก่ภูมิหลังและอุดมการณ์ตัวละครอย่างชัดเจนและเป็นจุดขายหลักของหนัง แน่นอนว่าต้องมีภาคต่อ
หากอยากดูฝีมือกำกับของแมทธิว วอห์นที่ขับเน้นความดราม่าและแอ็คชั่นอย่างกลมกล่อมและกินใจก็ขอให้อย่าพลาด